กลับไปรายการกระดานข่าว โพสต์

กลอนชนบท ของ ฟ้าสีคราม

..........หนองคายแสนงาม........
ผืนแผ่นดิน ถิ่นงาม นามหนองคาย
ดูวิไล แลสร้าง อย่างแมนสรวง
ทุกสิ่งสรรพ์ นั้นตรึง งามซึ้งทรวง
ไร้สิ่งลวง หลอนใจ ใครนานา
   ธรรมชาติ วาดไว้ คล้ายในฝัน
   ภูทอกนั้น สูงเด่น เป็นสง่า
   ทั้งน้ำตก ธารทิพย์ ระยิบตา
   อีกนามว่า ธารทอง ละอองงาม
ลำน้ำโขง สายไมตรี ที่สวยยิ่ง
ไหลอ้อยอิ่ง แบ่งเส้นลาว กับสยาม
มีหาดทราย จอมมณี ที่แสนงาม
ครั้งเมื่อยาม สงกรานต์ พลันสุขใจ
   ทั้งวัดวา อาราม อร่ามศรี
   งามทวี หินหมากเป้ง น่ามองหลาย
   ธาตุบังพวน งามแท้ แลวิไล
   พ่อพระใส แสนงาม อร่ามตา
ปรากฎการณ์ ธรรมชาติ น่าเลื่อมใส
คือบั้งไฟ พญานาค ออกพรรษา
ประชาชน ต่างร่วม ตั้งใจมา
เพื่อดูว่า ความจริงนั้น เป็นฉันใด
   หากท่านผ่าน ไปมา คราใดเล่า
   เชิญแวะเข้า ชมหนองคาย ให้สดใส
   แล้วค่อยจร เดินทาง ร้างลาไกล
   คนหนองคาย มีน้ำใจ ให้ทุกคน
...........หนองคาย............
...........บทกวีโดย...........
...........ฟ้าสีคราม...........
........จินตกวี  ที่ไร้รัก........

เคยไปเที่ยวมาแล้วหนองคายเมื่อได้เห็น
ท่าเสด็จยามเย็นเดินเล่นเพลิดเพลินตา
ยามนี้หนาหนองคายนั้นเปลี่ยนไป
แลผู้คนมีน้ำใจเอื้ออาทร

หนองคายเป็นเมืองด่านอิสานเหนือ
ช่างงามเหลือเลิศค่าน่าสรรเสริญ
เป็นเมืองเล็กๆแต่น้ำใจคนนั้นเจริญ
ช่างน่าเดินเที่ยวเทียวเกี่ยวก้อยกัน

แล้วแวะไปกราบไหว้หลวงพ่อพระใส
ที่ใครๆล่ำลือว่าศักดิ์สิทธิ์นิมิตรเลิศล้ำ
ได้เห็นแล้วสมเป็นเช่นดั่งคำ
ที่คนนำมากล่าวขานตำนานองค์...


ถักทอ(รอเส้นใย)

TOP

แก้ไขล่าสุด ปาแดก เมื่อ 2010-4-29 11:55

.............ไม่อยากบอกว่า " บ้านนอก "............
วิเวก วังเวงแว่ว                    ทั่วถิ่นแนว  ไพรพนา
ยินเสียง หมู่นกกา                 ฝูงปักษา ผกโผบิน
ยามเช้า รุ่งสุริยา                   ไก่ขันมา แว่วได้ยิน
วัวควาย ออกหากิน                ไปตามถิ่น เนินพนา
เริ่มสาย ขึ้นมากแล้ว               พายเรือแจว ออกหาปลา
ตะข้องแห เตรียมเอามา           เผื่อเกิดว่า ได้ปลามาก
ตะวัน จวนไกล้เที่ยง               พายเรือเบี่ยง อย่างลำบาก
พร้อมปลา มีหลายหลาก          เพราะได้มาก เข้าฝั่งมา
หาไม้ มากองไว้                     พร้อมก่อไฟ เพื่อเผาปลา
พอสุก เรียกกันมา                   กินข้าวปลา  พร้อมเพียงกัน
เสร็จสรรพ เตรียมกลับบ้าน      ไม่ช้านาน เรียบร้อยพลัน
กลับบ้าน แสนสุขสันต์            สุขสำราญ บานฤทัย
............ความสุข ของ คน ชนบท...............
.............บทกวี.....โดย.....ฟ้าสีคราม.........
.....................จินตกวี ที่ไร้รัก.................

TOP

.........เพื่อน...........
กำลังใจ  มีให้  กันเสมอ
แม้ไม่เจอ ไม่ประสบ ไม่พบเห็น
ยังเป็นเพื่อน เป็นอยู่ อย่างที่เป็น
ขอมีเช่น นี้ต่อไป ในทุกวัน
มีคิดถึง มีห่วงหา มีหยอกเย้า
มีผองเรา มีผองเพื่อน มีเธอฉัน
แม้จะล่วง ทิวา ราตรีกาล
แม้เนิ่นนาน ยังมั่น มิผันแปร
มีห่วงใย มีมิตรภาพ ที่ซาบซึ้ง
มีคำณึง มีห่วงหา มีมิตรแท้
กำลังใจ ส่งถึงกัน มิเชือนแช
อย่ายอมแพ้ กาลเวลา ที่มาเยือน
...ขอผองเพื่อเรา จงเป็นเพื่อน ตลอดไป...
.....กำลังใจ...จาก...ฟ้าสีคราม.........
...........จินตกวี ที่ไร้รัก...............

TOP

แก้ไขล่าสุด ปาแดก เมื่อ 2010-4-30 13:23

{{{{{  สังขาร  }}}}}
แรกเริ่มต้น มีการเกิด กำเหนิดขึ้น
จากนั้นยืน เป็นเด็ก ไร้เดียงสา
เริ่มเติบโต เข้าโรงเรียน เพียรไปมา
จากนั้นหนา ย่างหนุ่มสาว เข้ามาครอง
   จากหนุ่มสาว ก็ถึงคราว เขาหาคู่
   แล้วก็อยู่ กินกัน นั้นเพียงสอง
   เป็นพ่อแม่ ของเด็ก เริ่มประคอง
   เริ่มจะต้อง ทุกข์ทน กังวลใจ
แล้วเริ่มเป็น ลุงป่า ปู่ย่าตาม
ตายายนำ เคลื่อนคล้อย ลอยเข้าไกล้
แล้วเริ่มแก่ ร่วงโรย ไปตามวัย
ฉากความตาย ไกล้เข้ามา หาทุกที
   นี่แหละหนา สังขาร ของมนุษย์
   ถึงที่สุด ก็คือตาย ไม่คลายหนี
   ที่สถิตย์ ไว้หรือ คือชั่วดี
   เป็นสิ่งที่ เหลือไว้ให้คนดู
รีบเสียเถอะ ทำความดี นี้เข้าไว้
เมื่อยามตาย จะได้ ให้คนรู้
ว่าเราทำ กรรมดี มีเชิดชู
คนเขารู้ จะสรรเสริญ เจริญพร
   ยึดเอาองค์ พุทธะ ธรรมะด้วย
   ทานศิลช่วย สร้างนำ คำกล่าวสอน
   ประพฤติดี ทำดี นี้ถาวร
   ยามจากจร ยังมีหรือ คือความดี

.....บทกวี โดย ฟ้าสีคราม จินตกวีที่ไร้รัก....

....ขอบคุณ องค์หญิงองุ่น ที่แวะเข้ามา
อิ อิ ไม่แก่บ้างก็แล้วไป
หากวันหนึ่งท่านแก่บ้าง
ข้าพเจ้าจะหัวเราะทีหลัง อ่ะ อ่ะ.......

TOP

......สายลมหนาว.....
สิ้นวสันต์ เหมันต์ ผ่านมาถึง
ใจคำณึง ถึงหนาว เหมือนคราวก่อน
ด้วยหนาวเหน็บ ในกาย ใจอาวรณ์
แม้ยามนอน แสนหนาว เหน็บร้าวราน
กระท่อมน้อย กลางทุ่งนา ที่อาศัย
หนาวทีไร แสนโหดร้าย เหมือนไฟผลาญ
ทั้งผ้าผวย มีน้อยหนอ ไม่พอกัน
กลางคืนนั้น หนาวเสียยิ่ง กว่าสิ่งใด
แม่ย้ำเตือน ลูกรัก ให้ห่มผ้า
อดทนนะ ให้ถึงวัน อันสดใส
คงหายหนาว นะแก้วตา อย่าอ่อนใจ
ห่มผ้าให้ อบอุ่น คุ้นคุ้มกาย
แม่ก่อไฟ ให้ผิง อิงแก้หนาว
มาเถิดเจ้า หนาวนั้น มันคงหาย
จนกว่าว่า กลางคืน จะผ่านไป
ถึงวันใหม่ คงหายหนาว เจ้าลูกยา
.....แด่....ความหนาว.......
....บทกวี โดย ฟ้าสีคราม จินตกวีที่ไร้รัก.....

TOP

ตอบกลับ 2# ถักทอ


    เพราะมากค่ะ พี่ ถักทอ



โซฟา

TOP

.........ฟ้า หลังฝน........
เมฆมืดครึ้ม ล่นถอย ลอยลงต่ำ
ฝนเริ่มพรำ ลมโชยมา พากายหนาว
ฝนเริ่มแรง น้ำเจิ่งนอง มองพร่างพราว
คงถึงคราว ทำนา หน้าปักดำ
   สายฝนโปรย ลงมา เหมือนฟ้าขาด
   เสียงฟ้าฟาด เสียงฝนโปรย โชยกระหน่ำ
   ลมโชยมา ละอองฝน ปนมาซ้ำ
   โหมกระหน่ำ แสนหนาว เหน็บร้าวราน
ฝนเริ่มปรอย เม็ดเล็ก ลงไปแล้ว
คงไม่แคล้ว หนาวกาย ใจสะท้าน
ฟ้าหลังฝน ดูงามแท้ แลเบิกบาน
สิ่งผสาน ให้ท้องนา น่าชื่นชม
   ฝนหยุดแล้ว พืชพันธุ์ เขียวขจี
   งามทวี น่าจ้อง มองสุขสม
   น้ำเจิ่งนอง มองแล้วสุข หายทุกข็ตรม
   มองน่าชม รุ้งหลากสี มีตามมา
ฟ้าหลังฝน พืชพันธุ์ นั้นหายเศร้า
ไม่หงอยเหงา มองแล้วใจ ให้หรรษา
ไม่เหมือนคน หลังคนรัก เธอจากลา
กลับน้ำตา เอ่อนอง ท่วมสองนัย
   ฟ้าหลังฝน สดชื่น ระรื่นจิต
   ชุบชีวิต ให้อุรา พาสดใส
   คนนั้นหรือ หลังคนรัก เธอจากไกล
สิ่งที่ได้ คือน้ำตา ใจอาวรณ์
...ฟ้าสีคราม จินตกวี ที่ไร้รัก...

TOP

สายฝนริน ที่หลังลา จากฟ้ากว้าง
สู่เบื้องล่าง พสุธา ที่กว้างใหญ่
น้ำเจิ่งนอง ดูชุ่มชื้น อยู่ทั่วไป
ฝนทำให้ ข้าวเขียว ทั่วทุ่งนา
....ฟ้าสีคราม...
...จินตกวี ที่ไร้รัก...

TOP

...........ท้องทุ่งนา.............
จากสีเขียว เปลี่ยนมา หาสีเหลือง
ดูประเทือง ทั่วท้องนา พาสดชื่น
สีเหลืองทอง มองงามแท้ แม้กลางคืน
แสงเดือนยื่น สาดส่องมา พาสุขใจ
เมื่อแสงทอง ยามค่ำลง คงสาดส่อง
เป็นสีทอง มองแล้วสุข ทุกข์จางหาย
มองทุกวัน น่าชื่นชม สุขสมใจ
มองครั้งใด ดูแสนงาม อร่ามตา
.......ฟ้าสีคราม..........

TOP

กลับไปรายการกระดานข่าว